ผิดฤดู

002.jpg 

ดูสิ..ยามบ่าย
ใบไม้สีเขียวอ่อนหล่นกระทบพื้นแผ่วเบา
……………..
……………..

แดดสีเหลืองจางโลมไล้ไปทั่วตึก หักเห ตกกระทบ
เลื้อยไล่มาถึงปลายเท้าที่ฉันยืนอยู่บนฟุตบาท
ถนนสามเสนทั้งถนน สว่างไสว..คล้ายดั่งเมืองในฝัน..
แต่นี่ไม่ใช่ความฝัน..ฉันอยู่บนโลกความจริง

เธอมาทำอะไรที่นี่!! เจ้าแสงแดดหลงฤดู
ไยไม่ปล่อยให้ฝนตก ..ไยไม่ทำให้ดวงตะวันซ่อนหน้าร้องไห้
เธอทำให้ต้นไม้ร่าเริง ทำให้คนอยากมีความหวัง
ทั้งที่บางความฝัน หล่นร่วงเหมือนใบไม้
ปลิวหายไปกับสายลม

เธอทำให้บางคนไม่กล้าแม้แต่จะร้องไห้
………………………………………………………………………………….

ฉันเดินผ่านสถานีรถไฟสามเสนไปอย่างช้าช้า
ที่นี่ไม่มีวันหยุด

เห็นคนหนุ่มบางคนผอมกว่าที่ควรเป็น..เห็นคนชรา มองหาความหวังจากเศษเหรียญคนเดินผ่าน
ฉันเคยรู้สึกว่า สถานที่แบบนี้เป็นสถานที่แปลกประหลาดอีกแบบหนึ่ง
ฉันไม่ชอบที่นี่..ไม่ว่าสถานีรถไฟ สถานีรถบัสปรับอากาศ สถานีขนส่งสายใต้สายเหนือ
มันเหมือนกับว่าทุกๆวัน จะมีคนโดยสารมาจากเมืองไกลๆ มาจอดยังที่นี่

รถเทคนลงมากองข้างบันได เพื่อแยกย้ายจากกัน..
เทความหวังมากองตรงบันได เอาชีวิตมาเป่ายิ้งฉุบ  เฉลี่ยชะตาชีวิตหารสอง หารสาม หารสี่
กับการตามหาพื้นที่ของตัวเองในเมืองหลวง
ว่าใครจะอยู่และใครจะไป..

“เธอเคยไปสลัมไหม”
ฉันนึกถึงบทสนทนาของผู้หญิงชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง
เธอมาทำงานที่เมืองไทยและถามเพื่อนคนไทยแบบนี้
เพื่อนคนนั้นตอบว่า “ไม่” แต่ต่อมาคนที่ตอบว่าไม่ ก็ได้กลับไปที่นั่น
และเธอก็เขียนเรื่องสั้นเรื่องต่อมา

หลังจากที่ถามตัวเองแล้ว..ฉันเคยลองเอาคำถามนี้ไปถามเพื่อนบางคนดู..คนที่อยู่แถวคลองเตย กลับตอบว่า “ไม่”
คนอยู่แถวสะพานพุทธตอบว่า “เคยบ้าง” และคนอยู่แถวสยามกลับตอบว่า “เคย”
สำหรับตัวเอง การได้ไปในชุมชนแออัดและคุยกับเด็กๆ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว มันเหมือนเป็นภาพต่อของการมาที่สถานีรถไฟวันนี้

บางส่วนความฝันอันกองพะเนินเทินทึกอยู่ตรงบันได
ตามหาพื้นที่ตัวเองเจอ ก็เดินต่อไป แทรกซึมอยู่ในเมืองหลวงดั่งนกพเนจร
เมื่อใดพลาดหวัง ก็อาจจะกลับมาที่นี่อีก
ที่ที่คนจะรักตัวเอง และเกลียดตัวเอง …รักคนอื่น ….และเกลียดคนอื่น
ด้วยคำถามมากมายของชีวิตที่ถูกค้นพบคำตอบโดยคนอื่น และอยู่ในหนังสือที่พวกเขาไม่ได้อ่าน
และบางครั้ง….ก็ไม่มีคำตอบอะไรเลย

เหมือนบันทึกฉบับนี้…….ของฉัน